เปิดคำให้การ พ่อค้าก๋วยเตี๋ยว สาเหตุบุกร้านทองชื่อดัง ชิงทอง 26 บาท เกือบ 2 ล้านบาท ก่อนนำจักรยานยนต์ไปทิ้งน้ำ เผาเสื้อทิ้ง ซุกทองไว้ในเสาบ้าน
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 21 ก.พ.2569 พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รอง.ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สส.ภ.4, พ.ต.อ.ณัฏฐ์ โหม่งพุฒ ผกก.ปพ.บช.ภ.4, พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ รองผบก.ภ.จว.ขอนแก่น
ได้ทำการสอบปากคำ นายชลธิป (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี หลังก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองแห่งหนึ่ง โดยสามารถกวาดทองคำ น้ำหนัก 26 บาท รวมมูลค่าเกือบ 2 ล้านบาทหลบหนีไป
พล.ต.ต.นพเก้า กล่าวว่า จากการสืบสวนพบว่า คนร้ายได้สร้อยคอทองคำไปจำนวน 11 เส้น น้ำหนักรวม 26 บาท ก่อนวิ่งหลบหนีไปขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หลบหนีออกจากพื้นที่
ภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังแกะรอยเส้นทางหลบหนี รวบรวมพยานหลักฐานทั้งพยานแวดล้อมและพยานบุคคล กระทั่งแน่ชัดว่าผู้ก่อเหตุคือ นายชลธิป และสามารถติดตามจับกุมได้ภายใน 6 วันหลังเกิดเหตุ
ขณะเข้าจับกุม ผู้ต้องหากำลังทำความสะอาดร้านขายบะหมี่ในพื้นที่ ต.บ้านหว้า เพื่อเตรียมเปิดร้าน โดยในช่วงแรกให้การปฏิเสธ ก่อนจำนนต่อหลักฐาน และยินยอมพาเจ้าหน้าที่ไปตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ต.บ้านหว้า อ.เมืองขอนแก่น
พร้อมนำชี้จุดซุกซ่อนสร้อยคอทองคำทั้งหมดไว้ภายในเสาเหล็กกล่องขนาด 4×4 นิ้ว ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องเจียรไฟฟ้าตัดบริเวณโคนเสาเป็นช่อง ก่อนพบสร้อยคอทองคำทั้งหมดถูกอัดทับด้วยฟางข้าวซ่อนอยู่ด้านใน จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง
ผู้ต้องหาได้นำเจ้าหน้าที่ไปชี้จุดทิ้งรถจักรยานยนต์ ที่ใช้ในการก่อเหตุ โดยนำไปทิ้งในหนองน้ำกลางทุ่งนา พื้นที่ ต.บ้านหว้า ห่างจากบ้านประมาณ 10 กิโลเมตร ส่วนเสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุ ผู้ต้องหาให้การว่าได้เผาทำลายทิ้งแล้ว
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่จะขยายผลค้นหาจุดทิ้งเหล็กตะขอที่ใช้เกี่ยวสร้อยทองเพิ่มเติม และเตรียมที่จะทำแผนประกอบคำรับสารภาพในช่วงสายของวันนี้
ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้ต้องหาเดิมเป็นคนต่างพื้นที่ ก่อนจะมาแต่งงานและมีครอบครัวอยู่ ต.บ้านหว้า มีบุตรด้วยกันกับภรรยา แต่ภายหลังแยกทางกัน ทำให้ต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูลูก โดยประกอบอาชีพขายบะหมี่ในพื้นที่ และประสบปัญหาหนี้สินจำนวนมากจากการกู้ยืมเงินนอกระบบ หมุนเงินไม่ทัน จึงตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว