Table of Contents
Toggleณัฐวุฒิ รอรับ ทักษิณ แต่เช้ามืด หลังได้พักโทษ ยันเคารพการตัดสินใจ หากหันหลังให้การเมือง ขอบคุณ อนุทิน ยินดีอดีตนายกฯ ได้รับอิสรภาพ
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 10 พ.ค.2569 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ในฐานะแกนนำคนเสื้อแดง เดินทางมาพบปะพี่น้องคนเสื้อแดงที่ยังคงปักหลักทำกิจกรรมบริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม พร้อมแจกข้าวกล่องจากร้านเยี่ยมใต้ โดยมีพี่น้องเสื้อแดงเข้ามาสวมกอดพร้อมขอถ่ายเซลฟี่กันอย่างคึกคัก
นายณัฐวุฒิ ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการเดินทางมารับตัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหลังได้รับการพักโทษในวันที่ 11 พ.ค.ว่า เชื่อว่าทางครอบครัวอดีตนายกฯ และประชาชนที่ให้การสนับสนุน รอคอยการคืนสู่อิสรภาพในวันพรุ่งนี้ บรรยากาศคึกคักตั้งแต่ในช่วงบ่ายมาแล้ว ซึ่งส่วนนี้ก็ทำกิจกรรมอยู่หน้าเรือนจำทุกสัปดาห์อยู่แล้ว และยิ่งเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ และเชื่อว่าช่วงค่ำคงจะแน่นพื้นที่หน้าเรือนจำ คือพี่น้องที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดมาไกล ตั้งใจจะมาค้างแรมหน้าเรือนจำ ส่วนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลตั้งใจจะมาหน้าเรือนจำ มาส่งกำลังใจให้นายทักษิณ แล้วยังมาเป็นกำลังใจให้กันและกันที่ยืนหยัดเคียงข้างกันมา
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนเองตั้งใจเดินทางมาตั้งแต่เช้ามืด เพราะห่วงเรื่องการจราจร เพราะเป็นเช้าวันจันทร์ ซึ่งเส้นทางนี้การจราจรคับคั่งอยู่แล้ว สำหรับกำหนดการอย่างที่ปรากฏเป็นข่าว นายทักษิณออกมาช่วงใกล้ 08.00 น. ก็จะมีกาาพบปะประชาชนมารอให้กำลังใจช่วงสั้นๆ และเดินทางกลับบ้านพักและครอบครัว ไม่มีอะไรการอะไรเป็นพิเศษ ไม่มีการพูดจาปราศรัยทักทาย จะโบกมือทักทาย มองตาก็รู้ใจพี่น้องคนเสื้อแดงที่มารอต้อนรับ
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนเองขอให้พี่น้องประชาชนที่สัญจรเส้นนี้ ทางคณะผู้จัดงานได้ประสานงานกับตำรวจ และเจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ เพื่อให้การดำเนินการครั้งนี้ลดผลกระทบสำหรับการใช้พื้นผิวจราจรให้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม หากมีความลำบากในการเดินทางอยู่บ้างในบางช่วงเวลา ก็ต้องกราบขออภัย มีอะไรที่เราอำนวยความสะดวกได้ เจ้าหน้าที่ประสานมา เราพร้อมให้ความร่วมมือทุกอย่างอยู่แล้ว
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า สำหรับพวกเรานายทักษิณคือนายกรัฐมนตรีที่มีผลงานเป็นรูปธรรมมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เป็นนายกรัฐมนตรีที่ได้รับคะแนนสนับสนุนจากการเลือกตั้งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เป็นนายกรัฐมนตรีที่มีศักยภาพในการบริหารความสามารถในการแก้วิกฤตของประเทศ มีความสามารถในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ขณะเดียวกัน ก็เป็นนายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งที่ถูกกระทำจากขบวนการอำนาจทางการเมือง โดยเฉพาะอำนาจจากคณะรัฐประหาร และกลุ่มพลังนอกระบบมากที่สุด หนักหนาสาหัสที่สุด ต่อเนื่องจนมาถึงนาทีนี้ เราเพียงอยากให้กำลังใจ และเพียงอยากยืนยันว่า การรัฐประหาร ไม่ใช่คำตอบ ไม่ใช่ทางออกของประเทศ ใครก็ตามที่ถูกกระทำจากรัฐประหาร จะไม่เดินเดียวดาย จะมีประชาชนผู้รักประชาธิปไตยคอยให้การสนับสนุนและเคียงข้างเสมอ