ทรัมป์ลั่น “ต้องมีส่วนตัดสินใจ” – รอยเตอร์ รายงานวันที่ 6 มี.ค. ถึงสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อและทวีความรุนแรงหลังสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ก่อนอิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีหลายประเทศอาหรับซึ่งเป็นพันธมิตรกับสหรัฐ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ระบุว่าสนับสนุนให้กองกำลังชาวเคิร์ดอิหร่านในอิรักโจมตีอิหร่าน ในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับรอยเตอร์เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความเป็นไปได้ที่กองกำลังชาวเคิร์ดอิหร่านจะเข้าไปในอิหร่าน

นายทรัมป์กล่าวว่า “ผมคิดว่ามันยอดเยี่ยมมากที่พวกเขาต้องการทำเช่นนั้น ผมสนับสนุนอย่างเต็มที่” นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่าสหรัฐต้องมีบทบาทในการตัดสินใจว่าใครจะเป็นผู้นำคนต่อไปของอิหร่านหลังการโจมตีทางอากาศสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา “เราจะต้องเลือกคนคนนั้นร่วมกับอิหร่าน เราจะต้องเลือกคนคนนั้น” ผู้นำสหรัฐย้ำ

แหล่งข่าวด้านความมั่นคงระบุว่ากองกำลังติดอาวุธชาวเคิร์ดอิหร่านหารือกับสหรัฐในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเกี่ยวกับการโจมตีอิหร่านภายหลังโดรนของอิหร่านโจมตีฝ่ายต่อต้านรัฐบาลอิหร่านในเคอร์ดิสถานของอิรัก 2 ครั้ง

กลุ่มพันธมิตรชาวเคิร์ดอิหร่านซึ่งอยู่ตามแนวชายแดนอิหร่าน-อิรักในเขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถานของอิรัก และมีการฝึกฝนเพื่อเตรียมการโจมตีโดยหวังว่าจะทำให้กองทัพของอิหร่านอ่อนแอลง

ขณะที่ นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงครามหรือเดิมคือกระทรวงกลาโหมสหรัฐ กล่าวว่าสหรัฐไม่ได้ขยายเป้าหมายทางทหารในอิหร่าน แม้นายทรัมป์จะกล่าวถึงการเลือกผู้นำคนต่อไปของอิหร่านก็ตาม “ไม่มีการขยายเป้าหมายของเรา เรารู้แน่ชัดว่าเรากำลังพยายามบรรลุเป้าหมายอะไร”

นายเฮกเซธพร้อมด้วยพล.ร.อ.แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐในตะวันออกกลาง กล่าวระหว่างการบรรยายสรุปเกี่ยวกับการปฏิบัติการในอิหร่านที่กองบัญชาการกลางในรัฐฟลอริดาว่า สหรัฐมีกระสุนเพียงพอที่จะทำการโจมตีอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ “อิหร่านหวังว่าเราจะไม่สามารถทำเช่นนี้ต่อไปได้ซึ่งเป็นการคำนวณผิดพลาดอย่างร้ายแรง กระสุนของเรามีอย่างเต็มเปี่ยมและเจตจำนงของเรานั้นแน่วแน่”

ก่อนหน้านี้กระทรวงสงครามสหรัฐแถลงว่าปฏิบัติการทางทหารในชื่อ ปฏิบัติการเอพิก ฟิวรี (Epic Fury) มุ่งเน้นไปที่การทำลายคลังขีปนาวุธ แหล่งผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ และกองทัพเรือของอิหร่าน

ด้านพล.ร.อ.คูเปอร์กล่าวว่าขณะนี้สหรัฐได้โจมตีเรืออิหร่านไปแล้วอย่างน้อย 30 ลำ รวมถึงเรือบรรทุกโดรนขนาดใหญ่ที่มีขนาดเท่ากับเรือบรรทุกเครื่องบินในสงครามโลกครั้งที่สอง

และในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาเครื่องบินทิ้งระเบิดบี-2 ได้ทิ้งระเบิดเจาะเกราะขนาด 2,000 ปอนด์หลายสิบลูกไปยังฐานยิงขีปนาวุธที่ฝังลึกอยู่ใต้ดิน และทิ้งระเบิดพุ่งเป้าไปที่โรงงานผลิตขีปนาวุธของอิหร่าน การโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่านลดลงร้อยละ 90 นับจากวันแรกของการปะทะ ส่วนการโจมตีด้วยโดรนลดลงร้อยละ 83 จากช่วงเวลาเดียวกัน

ตามรายงานของสภาเสี้ยวเดือนแดงอิหร่านระบุว่ามีผู้เสียชีวิตในอิหร่านเพิ่มเป็นอย่างน้อย 1,230 ราย รวมถึงนักเรียนหญิงและเจ้าหน้าที่ 175 รายที่เสียชีวิตจากการยิงถล่มใส่โรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งในเมืองมินาบ ทางตอนใต้ของอิหร่าน

ส่วนกระทรวงสาธารณสุขเลบานอนรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอีก 77 ราย และประชาชนหลายพันคนหนีตายออกจากพื้นที่ตอนใต้ของกรุงเบรุตหลังจากอิสราเอลเตือนให้อพยพออกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 มี.ค.ตามเวลาท้องถิ่น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *