“อนุทิน” รับปรึกษาฝ่ายกฎหมายแล้วหลังประกาศยกเลิก MOU 44 กลางเวทีปราศรัย ของเดิมทำไม่ได้ต้องมีของใหม่มาทดแทน แจงไม่ประกาศยกเลิก MOU 43 ชี้ไม่ปิดโอกาสสีอื่นร่วมรัฐบาล
เมื่อเวลา 20.40 น. วันที่ 6 ก.พ.69 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีประกาศยกเลิก เอ็มโอยู 44 ทันที หากได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี ว่าถือเป็นนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยต้องการจะทํา เพื่อให้สิ่งที่ไม่คืบหน้าได้ถูกยกเลิก และจะใช้วิธีการเงื่อนไขกฎเกณฑ์ใหม่เข้ามาคุย เพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยได้ปรึกษาฝ่ายกฎหมายเรียบร้อยแล้ว
เมื่อถามว่า เหตุใดถึงไม่เสนอให้ยกเลิก MOU 43 ด้วย นายอนุทิน กล่าวว่า จุดนั้นยังเป็นเรื่องที่มีการปักปันเขตแดนมาในระดับหนึ่งแล้ว และสิ่งที่เราดำเนินการภายใต้ MOU 43 ก็เป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่ายไม่ได้มีข้อขัดแย้งใดๆ ส่วนที่มีความเคลือบแคลงสงสัย เราได้เข้าไปควบคุมพื้นที่ทั้งหมดแล้ว
เมื่อถามว่า เพราะเหตุใดถึงไม่ประกาศให้ยกเลิก MOU 43 ด้วย นายอนุทิน กล่าวว่า ยังมีสิ่งที่ดำเนินการอยู่ ถ้าเป็นไปในแนวทางที่เป็นประโยชน์กับคนไทย ก็พร้อมที่จะปรับปรุงปรับเปลี่ยน หรือดำเนินการใดๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศไทย
เมื่อถามถึงการปราศรัยบนเวทีช่วงหนึ่งว่า พรรคภูมิใจไทยจะโตขึ้นอีกเท่าหนึ่ง คาดหวังจะถึง 150 ที่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เพิ่มอีกเท่าหนึ่ง เมื่อถามว่า ส่วนการขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย คาดหวังอะไรบ้างหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราเป็นพรรคที่ต้องการสื่อสารกับประชาชนตลอดเวลา เพื่อให้ทราบในเจตนารมณ์ และนโยบาย สร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้รับทราบว่า พรรคภูมิใจไทยเตรียมพร้อมเรื่องนโยบาย บุคลากร ความพร้อมประสานงานกับทุกฝ่ายเพื่อให้ไม่มีการสะดุด
เมื่อถามว่า การพูดบนเวทีว่าไม่เน้นสร้างศัตรู แต่เน้นสร้างมิตรภาพ แสดงว่าหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งสามารถจับมือได้กับทุกพรรคทุกสีใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า จับกับทุกคนได้ ถ้าเราไปในทิศทางเดียวกัน เราให้เกียรติซึ่งกันและกัน พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคเดียวที่พูดว่าเรายอมรับนโยบายทุกพรรค เพราะเชื่อว่านโยบายต่างๆ เป็นประโยชน์กับประชาชน เดี๋ยวจะหาว่าจะรับกาสิโน ถ้าเป็นนโยบายที่ก่อให้เกิดความเห็นที่แตกแยกชัดเจนอันนี้ไม่รับ
ผู้สื่อข่าวถามว่า การปราศรัยที่ผ่านมาไม่มีการพูดถึงเรื่องนโยบายการทุจริต นายอนุทิน ตอบเพียงว่า หากพรรคภูมิใจไทยเข้าไปเป็นรัฐบาล ความเสี่ยงด้านทุจริตจะไม่มี