โฆษก โบว์ ประเดิมเวที ยก 3 ฉากทัศน์ สถานการณ์น้ำมัน ยันมีมาตรการรับมือ หากปิด 2 ช่องแคบ ขนส่งน้ำมัน-สินค้า แจงขึ้นราคา 4 ทุ่ม ป้องรัฐบาลหนู อนุมัติแก้ปัญหาไวแน่นอน

เมื่อเวลา 11.05 น.วันที่ 31 มี.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา โฆษกศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าวศบก. หลังมีการปรับรูปแบบแถลงใหม่ว่า สาเหตุที่ต้องเปลี่ยนรูปแบบการแถลงข่าว เนื่องจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวใน“Meet the Press” เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา

โดยระบุตอนหนึ่งว่าประเทศไทยต้องยืนระยะต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางให้ได้ หมายถึงอดทนให้อยู่ยาวนานและผ่านอุปสรรคไปให้ได้ ยืนสู้วิกฤตไปได้โดยไม่ล้มในระยะเวลาที่ยาวนานท่ามกลางบริบทสถานการณ์ขณะนี้ เปรียบเหมือนการวิ่งมาราธอนที่ต้องรักษาระยะไว้ให้ได้ เพื่อให้ไปถึงเป้าหมาย ดังนั้น การแถลงข่าวจะสรุปประเด็นสำคัญและตอบคำถามที่ประชาชนสงสัย

น.ส.ณัฏฐา กล่าวว่า สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ตามการรายงานของกระทรวงการต่างประเทศ ยังตึงเครียดต่อเนื่อง และยกระดับความตึงเครียดมากขึ้น เนื่องจากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ สามารถเจรจาให้เรือไทยผ่านได้

แต่ขณะนี้เกิดความเสี่ยงบริเวณช่องแคบบับเอลมันเดบ ที่ทะเลแดง ซึ่งเป็นช่องทางขนส่งสินค้าและน้ำมันที่สำคัญของภูมิภาค จึงเกิดฉากทัศน์หรือสถานการณ์สมมติ 3 แบบ ในการเตรียมพร้อมเรื่องสถานการณ์น้ำมัน คือ

ระยะ1 การเดินเรือช้าลงหรือน้อยลงโดยใช้เวลา 1 เดือน ในการผ่านช่องแคบ แต่ยังนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางได้ ระยะ 2 หากปิดช่องแคบฮอร์มุซ ที่มีแนวโน้มกินเวลาเกิน 1 เดือน แต่การผลิตยังสามารถรองรับได้ในระดับ 1 ระยะ 3 ในกรณีที่ไม่สามารถนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางได้ทั้งหมดโดยปิดช่องแคบทั้ง 2 แห่ง ซึ่งเป็นความเสี่ยงสูงสุด

ขณะนี้สถานการณ์อยู่ในระยะ 2 เข้า 2.5 คือ ยังไม่สามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้ภายใน 1 เดือน และโรงกลั่นขณะนี้ยังอยู่ในภาวะโอเวอร์โหลด ผลิตได้ 109-110% โดยกระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างขยับมาตรการเป็นระยะ โดยยืนยันว่ามีการเตรียมมาตรการเพื่อความพร้อมรองรับ หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยกระดับเพิ่มขึ้น

น.ส.ณัฏฐา กล่าวว่า หลายประเทศได้ออกมาตรการมาเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นในประเทศ อาทิ เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ ในส่วนของประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ ได้ลงตรวจสถานประกอบการเพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าอย่างไม่เป็นธรรม

โดยวันที่ 1 เม.ย.นี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ จะเปิดตัว“โครงการไทยช่วยไทย”ให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือประชาชนในการจำหน่ายสินค้าราคาถูก ส่วนคำถามว่าจะมีมาตรการใช้รถยนต์ส่วนตัวเหมือนเกาหลีใต้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์จะเป็นอย่างไร โดยต้องดูสถานการณ์สมมติที่เลวร้ายที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุใดจึงประกาศขึ้นราคาน้ำมัน 4 ทุ่มอีกครั้ง และประชาชนจะต้องเจอสถานการณ์เช่นนี้ต่อไปอีกหรือไม่ น.ส.ณัฏฐา ย้อนถามว่า ไม่ทราบว่าใครคอนเฟิร์มว่าจะไม่ขึ้นกลางคืนและตามหลักเห็นด้วยว่าไม่ควรประกาศราคาล่วงหน้า เพราะไม่ต้องการให้เกิดการกักตุน และน้ำมันขาดหน้าปั๊มในอดีต อาจบอกราคาล่วงหน้าเพราะไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤต จึงไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องไปตุน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *